เครียด เหนื่อย
posted on 26 Feb 2006 09:23 by miyago in Miyagoดีค่ะ ความจริงอาทิตย์นี้กะจะไม่อัพบลอค เพื่อไปอ่านหนังสือสอบ แต่ว่านู๋เครียดมาก เลยขอมาระบายที่นี่นะคะ ถ้าใครไม่อยากฟังก็ปิดไปเลยก็ได้ค่ะ นู๋ไม่ถือ
เรื่องมันเริ่มตั้งแต่อาทิตย์ที่แล้ว ห้องเราได้งานแสดงละครภาษาอังกฤษสองเรื่อง โดยให้หนึ่งห้องแบ่งเป็นสองกลุ่ม กลุ่มละ17คนเราได้อยู๋กลุ่มสองกับเพื่อนหนึ่งคน คนที่เหลือในกลุ่มเราก็คิดว่าเข้าได้กับทุกคน แล้วก็เริ่มแบ่งหน้าที่กัน ซึ่งเราก็ได้เป็นฝ่ายเสียงและฝ่ายเบ็ดตะเล็ด และหัวหน้ากลุ่มคือ ป๊อบปี้(หัวหน้าห้อง) พอประชุมกันเรื่องงานไปเรื่อยๆ เรารู้สึกว่าจะโดนโบ้ยงานมาให้ ทั้งเรื่องฉาก ชุด บท อุปกรณ์ประกอบ ตอนนั้นก็ยังไม่คิดอะไรมาก แค่คิดว่าป๊อบปี้จะมาช่วยทำด้วยกัน ซึ่งต่อมาไม่ใช่เลย เราต้องนั่งทำงานคนเดียว ความจริงป๊อบปี้ให้เราเย็บผ้าแดงสี่ผืน ยาวประมาณสามเมตรไว้เป็นฉาก กับผ้ากันเปื้อนชุดเมดสามชุด แต่เราทำไม่ทันจริงๆ
วันเสาร์ นัดซ้อมกันตอนเช้าที่คอนเพลก เรามาแต่เช้า เพราะจะรีบไปทำงานอื่นต่อ แต่พอมาถึงเรากลับเห็นคนในกลุ่มกำลังนั่งเรียนพิเศษอยู่ พวกนั้นก็บอกเราว่าให้รอก่อน เราก็รอ ผ่านไปชั่วโมงครึ่ง พวกที่เรียนพิเศษก็เรียนเสร็จ แล้วจะนัดเรามาแต่เช้าทำไม? จากนั้นก็เริ่นวาดฉากกัน+ ซ้อมจนบ่าย
วันอาทิตย์ ก็นัดเช่นเดิม เราก็มาเร็วเหมือนเดิม แล้วก็ต้องรอนานเหมือนเดิม เหมือนคนโง่เลย ทั้งที่รู้ว่าพวกนั้นชอบมาสาย แต่ก็ยังอุตส่าห์คิดว่าพวกนั้นจะมาเช้าอย่างที่สัญญาไว้ ให้ตายสิ ซ้อมทั้งวัน จนต้องโดดเรียนพิเศษที่เราตั้งใจจะไม่โดดเด็ดขาด เพราะเราเรียนแค่สองอย่างเท่านั้น
วันจันทร์ กลุ่มหนึ่งแสดงละคร ซึ่งดูเหมือนว่าอาจารย์จะไม่ค่อยพอใจสักเท่าไหร่ เพราะเพื่อนยังท่องบทไม่คล่อง ตอนเที่ยงป๊อบปี้เลยนัดทุกคนไปซ้อมตอนเย็น แล้วป๊อบปี้เลยบอกว่าต้องทำแผ่นพับเกี่ยวกับละครที่แสดงด้วย(ต้องมีเรื่องย่อ แนะนำตัวละคร) ได้ข้อสรุปว่ามาทำบ้านเรา แล้วเราก็ต้องวิ่งแจ้นไปร้านเช่าชุด เพื่อเอาชุดมาให้นักแสดงใส่ถ่ายรูปลงแผ่นพับ จากนั้นก็เริ่มซ้อมละครต่อ จนประมาณหนึ่งทุ่ม แล้วเพื่อนก็กลับกับ เราจึงนึกได้ว่าต้องทำแผ่นพับอีก เลยโทรหาป๊อบปี้ว่าเอายังไง เธอบอกว่าทำให้เสร็จแล้วพรุ่งนี้เอามาให้ดู(แสดงละครวันพุธ) ตอนแรกเราก็ปั่นงานของตัวเองให้เสร็จก่อนถึงสี่ทุ่ม ปรากฎว่าตาเริ่มพราแล้ว เพราะนอนดึกมาหลายวัน(เพราะงานละครนี้แหละ) ก็เลยนอน ตั้งนาฬิกาปลุกไว้ที่ตีสอง ตื่นมาก็ทำยันเช้าเลย
วันอังคาร เรามาโรงเรียนด้วยความงัวเงีย เอาแผ่นพับให้เพื่อนในกลุ่มดู เค้าก็ว่าโอเค พอเข้าแถวเราได้อยู่หลังป๊อบปี้ เลยเอาแผ่นพับให้ดู ป๊อบปี้บอกว่าไม่สวย ทำใหม่ได้มั้ย? ตอนนั้นเราแทบคลั่งเลย อะไรกัน เราอดนอนทำแทบตาย บอกให้ทำใหม่ ตอนนั้นทั่นโพอยู่ข้างหลัง ก็เลยพูดให้ฟัง จนเราร้องไห้ ทั่นโพเลยจะคุยกับป๊อบปี้ให้ แต่เราห้าม เพราะเราไม่กล้าพอที่จะทำอย่างนั้น แล้วก็ไม่อยากรบกวนทั่นโพ เดี๋ยวทั่นโพจะโดนว่าที่ก้าวก่ายกลุ่มอื่นอีก ตอนเข้าแถวก็ได้แต่กลั้นเสียงสะอื้น ไม่ให้ใครได้ยินเท่านั้น
ในชั่วโมงเรียน อาการนอนดึกเริ่มออก ปวดหัวมากๆ ต้องกินพาราไปประมาณสี่เม็ด แถนตอนเที่ยงก็กินอะไรไม่ลง เพราะต่อมน้ำลายอักเสบ พอกลับบ้านก็นั่งทำแผ่นพับใหม่จนถึงเที่ยงคืนครึ่ง แล้วตีห้าครึ่งก็ตื่นมาโรงเรียนเพื่อเตรียมฉาก(แสดงคาบแรก)
วันพุธ มาโรงเรียนตั้งแต่หกโมง สี่สิบห้า แต่ไม่มีใครมาเลย ทั้งๆที่นัดกันไว้แล้ว สงสัยเรายังโง่ไม่หาย ที่ยังคิดว่าพวกนี้จะมาตามนัด แล้วการแสดงก็ผ่านไป กลุ่มเราได้คะแนน7% เต็ม ดีใจมากๆเลยล่ะ แต่พอในคาบเรียนต่อมา เราก็ต้องวิ่งไปห้องพยาบาลเพื่อเอาพารามากินอีก วันนี้ล่อ 6เม็ดเลย แถมมีสอบหลังเลิกเรียนอีกต่างหาก พอกลับถึงบ้านก็รีบอาบน้ำ จะได้นอน เพราะโทรมเต็มที่แล้ว แต่ว่านอนไม่หลับ รู้สึกว่าตัวเองร้อนมากเลย แถมเพื่อนยังโทรมาถามเรื่องงานกับเรื่องสอบอีก(ถ้าใครโทรมาหาเรา แล้วเราพูดแปลกๆน่ะใช่เลย) ตอนสามทุ่มแม่มาเห็นเลยลากไปหาหมอ ปรากฎว่าเป็นไข้ 39 องศา แถมหมอบอกว่าเราเป็นภูมิแพ้ด้วย แต่ไม่ค่อยแสดงอาการ พอนอนไม่พอ ร่างกายเลยอ่อนแอ ทำให้ติดเชื้อง่าย(โอ้ ม่ายยยย ต่อมน้ำลายอักเสบยังไม่หายเลย) หมอบอกว่าพรุ่งนี้ให้ลา แต่เราลาไม่ได้ เพราะพรุ่งนี้มีpresent งาน กับสอบอีก พอกลับมาบ้านก็รีบนอน ตั้งนาฬิกาปลุกไว้ที่ตีสองครึ่ง มาทำงานกลุ่มต่อ ตอนนั้นอยากโทรไปบอกเพื่อนในกลุ่มให้ช่วย แต่ว่าเราไม่กล้า ไม่กล้าพูดเลย เพราะว่าเป็นงานที่เราได้รับมอบหมาย เราก็ต้องทำให้เสร็จ
วันพฤหัส+ วันศุกร์อาการคล้ายๆกับวันพุธเลยแต่ปวดหัวกว่า ดูเหมือนไมเกรนจะขึ้นด้วยแถมอาจารย์ก็เร่งสอน เพราะเป็นอาทิตย์สุดท้ายของการเรียนการสอน จะตายแล้วค่ะ
เพราะนิสัยแบบนี้เลยทำให้เราต้องพักยาว แถมตอนนี้ต้องอ่านหนังสือสอบในสภาพที่ยังไม่หายดีอีก โดนทั่นแม่ ทั่นพี่ และอาจารย์แนะนำสวดยาวเลย ว่าหัดโบ้ยงานให้คนอื่นบ้าง อ่า..ก็เวลาทำงานเราเกรงใจคนอื่น ไม่กล้าพูด แถมไม่ค่อยสนิทกับคนในห้องสักเท่าไหร่
บ่นมาพอแล้วล่ะ ตอนนี้อยากขอโทษพี่ลิ ขอโทษๆๆๆ เป็นความผิดของนู๋เองค่ะ ขอโทษจริงๆค่ะ